โครงงานเรื่อง “ขนมจีน 6 สี เพชรบูรณ์”

 

ชื่อโครงงาน “ขนมจีน 6 สี เมืองเพชรบูรณ์”

ชื่อผู้จัดทำ  1.ด.ญ.ศุภาวรรณ นวลหยวก

               2.ด.ญ.พรมริน     คงเจริญชัย

               3.ด.ญ.อาริสา      วิเชียรสรรค์

               4.ด.ญ.กฤษฎาแก้ว  พึ่งพรหม

ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา  อาจารย์ นิกร  คงแท้

                           อาจารย์ ชัยวัฒน์  สัตยาธนวัฒน์

บทคัดย่อ 

        ขนมจีน 6 สีเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อชนิดหนึ่งของจังหวัดเพชรบูรณ์ เพราะไม่ว่าใครผ่านไปผ่านมาบริเวณอำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นต้องแวะชิมขนมจีน 6 สีทุกครั้ง เพราะเนื่องจากขนมจีน 6 สี ของจังหวัดเพชรบูรณ์เป็นขนมจีนที่แปลกและแตกต่างจากที่อื่น เพราะทางร้านได้ออกแบบขนมจีนให้มีสีสันน่ารับประทานมากขึ้น โดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ

        แต่เนื่องจากอำเภอหล่มเก่า อยู่ห่างจากตัวเมืองค่อนข้างมาก จึงทำให้บางครั้งนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้ผ่านบริเวณหล่มเก่า อยากลองแวะชิมรับประทานขนมจีน 6 สี ก็พลาดโอกาสนั้นไป คณะผู้จัดทำจึงลองหาข้อมูลว่าในเพชรบูรณ์พอจะมีร้านขนมจีน6 สีอีกไหม ซึ่งก็เป็นไปอย่างที่คิดไว้ เพราะนอกจากอำเภอหล่มเก่าแล้ว ก็ยังมีที่ตำบลน้ำร้อนที่อีกที่หนึ่ง ถึงแม้จะไม่ได้อยูในตัวเมืองเพชรบูรณ์ แต่ระยะทางที่จะไปแวะชิมก็ไม่ไกลมากนัก ทำให้ไปมาได้สะดวกกว่าอำเภอหล่มเก่า

และจากการที่ได้ศึกษาขั้นตอนการทำขนมจีน 6 สี ก็ได้ทราบว่าการทำขนมจีน 6 สีนั้น ต้องเริ่มจากการมองหาพืชผักที่จะใช้มาทำเป็นสีขนมจีน เช่น สีเขียวจากใบเตย สีฟ้าจากดอกอัญชัล  สีชมพูจากไม้ฝาง  สีแดงจากแตงโม  สีเหลืองจากฝักทอง และสีขาวก็ใช้แป้งข้าวเจ้า(สีดั้งเดิม) เมื่อต้องการขนมจีนสีอะไรให้ใส่สีจากวัตถุดิบที่เตรียมไว้ลงในแป้งที่นวดไว้ จากนั้นก็ม้วนให้เส้นขนมจีนมีลักษณะเป็นก้อนที่พอดีคำ เท่านี้ก็ได้ขนมจีน 6 สี ที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย หอมสมุนไพร และกลิ่นจาก พืชธรรมชาติ ปลอดสารพิษ

ที่มาและความสำคัญของโครงงาน 

        ขนมจีนเป็นอาหารที่นิยมรับประทานกันทั่วทุกภาคของประเทศไทย นอกจากจะรับประทานกันในครอบครัวแล้วยังสามารถนำมาประกอบอาชีพได้ ขนมจีนน้ำร้อนเป็นอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างจากขนมจีนของที่อื่นๆ คือ เส้นจะเหนียว ขาว นุ่ม และเส้นเล็ก นอกจากจะมีเส้นสีขาวธรรมดาแล้ว ยังมีเส้นที่ใช้สีจากสมุนไพรชนิดต่างๆเช่นสีเขียวจากใบเตย สีฟ้าจากดอกอัญชัล  สีชมพูจากไม้ฝาง  สีแดงจากแตงโม  สีเหลืองจากฝักทอง และสีขาวก็ใช้แป้งข้าวเจ้า(สีดั้งเดิม)  เป็นต้น ด้วยลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์นี้ จึงทำให้ขนมจีนหล่มเก่าเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย  เพราะเหตุนี้จึงทำให้คณะผู้จัดทำสนใจที่จะศึกษาเรื่องขนมจีน 6 สี จังหวัดเพชรบูรณ์

จุดมุ่งหมาย

        1.เพื่อต้องการทราบความเป็นมาของขนมจีน 6 สี จังหวัดเพชรบูรณ์

        2.เพื่อต้องการเผยแพร่ของดีเมืองเมืองเพชรบูรณ์

        3.เพื่อเป็นการส่งเสริม อนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณี และสืบสานการทำขนมจีนจังหวัดเพชรบูรณ์

ขอบเขตการทำโครงงาน

        1.ร้านขนมจีนน้ำร้อน ตำบลน้ำร้อน อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

ขนมจีน 6 สี เส้นสด รสชาติเด็ด
ที่ร้านขนมจีนน้ำร้อน จังหวัดเพชรบูรณ์

จังหวัดเพชรบูรณ์ นอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่งดงามแล้ว สถานที่ที่เราจะแนะนำต่อไปนี้คงถูกอกถูกคนคนชอบกินอย่างแน่นอน

     หากใครมีโอกาสได้ผ่านไปแถวบริเวณตำบลน้ำร้อน อำเภอเมืองจังหวัดเพชรบูรณ์ ตำบลนี้มีร้านขนมจีนอร่อยๆ ให้เลือกรับประทาน ร้านที่ว่าคือ     ”ร้านขนมจีนน้ำร้อน”ซึ่งร้านนี้นอกจากจะขายอยู่ที่ร้านแล้ว ก็ยังมีการขับรถขายตามบ้าน เพื่อให้ผู้ที่ต้องการรับประทานได้ซื้ออุดหนุนไปรับประทานกับครอบครัว โดยไม่ต้องขับรถไปไกล

    คุณผองบุญ คำภู เจ้าของร้านน้ำร้อน เล่าถึงที่มาของกิจการร้านขนมจีนให้ฟังว่า เดิมทีนั้นคุณทำอาชีพค้าขายต้นไม้มาก่อน แต่ก็พบกับปัญหาสภาวะเศรษฐกิจทำให้กิจการต้องปิดไป ด้วยความที่คุณชอบทำอาหาร ประกอบกับเคยทำขนมจีนหาบขายมาก่อน จึงทำให้คิดได้ว่าน่าจะกลับมาเอาดีทางการค้าขายอีกครั้ง และขนมจีนนี่แหละน่าจะเป็นไปได้มากที่สุด ร้านขนมจีนน้ำร้อนจึงถือกำเนิดขึ้น

    ด้วยความที่ถูกอกถูกใจในรสชาติของน้ำยาขนมจีนต่างๆ แล้ว บรรยากาศที่ร่มเย็นกับโต๊ะเก้าอี้ไม้ที่ตั้งอยู่ในร้าน บวกความอัธยาศัยที่ดีของเจ้าของร้าน ทำให้ผู้ที่แวะมารับประทานต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้ามีโอกาสจะกลับมาทานอีก
    ที่ร้านขนมจีนน้ำร้อนจะมีการสาธิตการบีบเส้นขนมจีนให้เห็นกันจะจะในทุกๆ วัน ชนิดที่ว่าให้มันรู้กันไปเลยว่าขนมจีนเส้นสดที่นี่ทำกันสดๆ ทุกวัน ฉะนั้นเมื่อมีโอกาสผ่านแถว ตำบลน้ำร้อน เราไม่ยอมพลาดที่จะไปแวะชิมขนมจีนที่ร้านขนมจีนน้ำร้อนด้วยประการทั้งปวงอย่างแน่นอน
    จุดเด่นของร้านขนมจีนน้ำร้อน ก็คือ ที่ร้านจะขายขนมจีนเป็นชุด ชุดละ 70 บาท หากทานที่ร้านทางร้านจะยกน้ำยาต่างๆ เสิร์ฟมาในหม้อดินร้อนๆ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ คือ น้ำยากะทิ น้ำพริก และน้ำยาป่า มาไว้ให้เลือกตักกันตามชอบใจ หากน้ำยาหมดทางร้านก็มีบริการเติมให้ฟรีไม่อั้นจนกว่าจะอิ่มกันเลยทีเดียว รสชาตินั้นกลมกล่อม กำลังดี กลิ่นหอมอบอวนไปด้วยสมุนไพรต่างๆ ที่ใส่ลงไป และหากท่านใดต้องการที่จะห่อกลับ ราคาจะอยู่ที่ชุดละ 60 บาท เท่านั้น เนื่องจากผู้ที่ห่อกลับไม่สามารถขอน้ำยาเติมได้อีก

และนอกจากจะขายที่ร้านแล้ว ร้านขนมจีนน้ำร้อนยังมีบริการขับรถขายตามบ้านให้สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลามาซื้อที่ร้านเอง หรือด้วยระยะทางที่ไปมาไม่สะดวกเท่าไร
         ร้านนี้ทำเส้นขนมจีนกันสดๆ ทุกวันที่หน้าร้าน ส่วนขั้นตอนวิธีการทำนั้น แม่ครัวจะบีบแป้งขนมจีนลงไปในน้ำร้อน ทิ้งไว้สักครู่ให้ขนมจีนลอยตัว จึงยกขึ้นมาแล้วล้างด้วยน้ำเย็นอีก 2 น้ำ เพื่อช่วยยืดอายุขนมจีนไม่ให้เสียง่าย จากนั้นก็นำไปใส่ในกะละมังน้ำเย็น โดยมีลูกมือทำหน้าที่คอยช่วยจับเส้น ม้วนเส้นที่นิ้วขดเป็นวงเข้าหากันก็จะได้เส้นขนมจีนที่สวยงามน่ารับประทาน 1 จับ (จับละ5 บาท) ถ้าซื้อเป็นกิโล จะขายในราคา 20 บาท
    นอกจากเส้นขนมจีนธรรมดาแล้ว ทางร้านยังมีเส้นขนมจีนสีสันสดใสทำจากสมุนไพรต่างๆ ให้ได้รับประทานเพื่อสุขภาพด้วยกันอีก 6 สี อาทิเช่น   สีเขียวจากใบเตย สีฟ้าจากดอกอัญชัล  สีชมพูจากไม้ฝาง  สีแดงจากแตงโม  สีเหลืองจากฝักทอง และสีขาวก็ใช้แป้งข้าวเจ้า(สีดั้งเดิม)
   เป็นต้น นอกจากนี้ทางร้านจะเสิร์ฟเครื่องเคียงอย่างผักสดนานาชนิดมาเต็มตะกร้าให้ลูกค้าเติมได้อย่างจุใจอีกด้วย
    เมนูขึ้นชื่อของที่ร้านยังอีกหลายอย่างด้วยกันซึ่งถ้าใครผ่านมาเป็นต้องลอง อย่างเช่น หมูย่างไม้ละ (10 บาท) ลูกชิ้นปลาลวกเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้ม (30 บาท) ไส้กรอกสมุนไพร (50 บาท) ไข่ต้ม (ลูกละ5บาท) และกาแฟสดเขาค้ออะราบิก้า (ขวดละ 20 บาท) ซึ่งเมนูต่างๆ เหล่านี้ขอบอกว่ากินคู่ขนมจีนเข้ากันได้ดีทีเดียว ส่วนของหวานก็แนะนำให้ลองทานลอดช่องโบราณอร่อยเด็ดอย่าบอกใคร 

    หากท่านผู้อ่านมีโอกาสไปที่ จ.เพชรบูรณ์ ตำบลน้ำร้อน ลองแวะไปพิสูจน์รสชาติความอร่อยกันได้ที่ร้าน “ขนมจีนน้ำร้อน” รับรองไม่ผิดหวัง

 วิธีการดำเนินงาน

  1.วางแผนโครงงานในเรื่องที่จะศึกษา

2.ศึกษาค้นคว้าเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับขนมจีน 6 สีจังหวัดเพชรบูรณ์

 3.นำข้อมูลที่ได้ศึกษาทั้งหมดมาทำให้อยู่ในรูปแบบโครงงาน

 4.ตรวจดูรายละเอียดให้เรียบร้อย

 5.นำเสนอโครงงาน

 ผลการศึกษา

อุปกรณ์

  1. เครื่องโม่
  2. เครื่องตี
  3. เครื่องโรย
  4. ตะกร้า
  5. กะละมัง
  6. โอ่ง
  7. หม้อ
  8. ข้าวสาร
  9. สมุนไพร

10.เครื่องปรุงของน้ำยา

วิธีทำ 

  1. แช่ข้าวหรือหมักข้าวสารไว้ 3-4  คืน
  2. นำข้าวที่หมักไว้ไปโม่แล้วไปใส่ไว้ในโอ่งหมักไว้อีก 2 คืน
  3. ตักข้าวที่แช่ไว้ใส่ถุงไว่แล้วนำไปทับให้แห้ง
  4. นำข้าวไปนึ่งแล้วนำไปตีให้เป็นน้ำเหลวๆ
  5. นำไปใส่เครื่องโรยให้เป็นเส้น
  6. นำเส้นที่ได้ไปผสมกับสีจากพืชต่างๆที่เตรียมไว้
  7. น้ำเส้นที่ผสมสีไว้มาม้วนเป็นเส้นไว้ในกะละมัง

สรุปผลและข้อเสนอแนะ

  สรุปผล

        1.ทำให้ทราบถึงความเป็นมาของขนมจีน 6 สี จังหวัดเพชรบูรณ์

        2.ได้เผยแพร่ของดีเมืองเพชรบูรณ์

        3.ได้ส่งเสริม อนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณี และสืบสานการทำขนมจีนจังหวัดเพชรบูรณ์

      ข้อเสนอแนะ

        1.ขนมจีนในทุกๆร้านในจังหวัดเพชรบูรณ์ มีรสชาติอร่อยทุกร้าน

        2.ร้านขนมจีนแต่ละร้านควรสร้างสรรค์ร้านของตนเองให้มีเมนูที่แปลกตา เพื่อที่จะได้ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว และเป็นการเพิ่มรายได้ไปในตัว

        3.ร้านขนมจีนน้ำร้อน ควรเปิดสาขาเพิ่ม เพื่อให้ความอร่อยของขนมจีนน้ำร้อนกระจายไปยังที่อื่นๆ

http://www.thairath.co.th/thairath1/2546/farming/dec/05/farm1.php

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โพสท์ใน Uncategorized | แสดงความคิดเห็น

ความสามารถของ igooge

***การแก้ไขปัญหา: iGoogle ทำงานไม่ถูกต้อง***

หากบางอย่างบนหน้าเว็บ iGoogle ของคุณแสดงผลไม่ถูกต้อง ใช้เวลาสักพักหนึ่งในการโหลด หรือทำงานผิดแปลกไป สิ่งแรกที่คุณควรทำคือลองทำตามวิธีการต่อไปนี้ แม้ว่าปัญหาแต่ละปัญหาจะแตกต่างกัน แต่เราได้เรียนรู้ว่าวิธีแก้ไขปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขปัญหาส่วนใหญ่ได้ดีทีเดียว

ลองใช้วิธีแก้ไขปัญหาต่อไปนี้ โดยเริ่มทำไปทีละอย่างจนกระทั่งสามารถแก้ไขปัญหาได้

  1. รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์
  2. ล้างแคชและคุกกี้ของเบราว์เซอร์ของคุณ
    แคชและคุกกี้ของคุณประกอบด้วยข้อมูลที่ได้จากการเปิดหน้าเว็บ iGoogle ของคุณครั้งล่าสุด หากมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว (หรือหากบางอย่างในแคชหรือคุกกี้ของคุณเกิดความเสียหาย) คุณอาจต้องล้างแคชหรือคุกกี้ ดูคำแนะนำสำหรับแต่ละเบราว์เซอร์วิธีการขั้นสูง: ในบางกรณี เราทราบจากผู้ใช้ว่านอกจากการลบคุกกี้ของคุณแล้ว การลบไฟล์จริงที่เก็บคุกกี้ของคุณไว้ใน Firefox สามารถช่วยแก้ปัญหาได้ เรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ความช่วยเหลือของ Firefox ไอคอนหน้าต่างใหม่
  3. ปิดการใช้งาน Add-on ของเบราว์เซอร์
    หากคุณกำลังใช้งาน Add-on ของเบราว์เซอร์ ให้ลองปิดใช้งานชั่วคราวเผื่อว่า Add-on อันใดอันหนึ่งแทรกแซงหน้าเว็บ iGoogle ของคุณ สำหรับคำแนะนำ โปรดศึกษาจากข้อมูลความช่วยเหลือสำหรับเบราว์เซอร์ของคุณ
  4. คืนค่าข้อมูลสำรองของ iGoogle
    เราจะสำรองข้อมูลหน้าเว็บ iGoogle ของคุณโดยอัตโนมัติเป็นระยะๆ (หากคุณลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google) หากคุณกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงล่าสุดที่คุณทำไว้จะเป็นสาเหตุของปัญหา ให้คืนค่าข้อมูลสำรองล่าสุด หากต้องการคืนค่าเป็นข้อมูลสำรองล่าสุด ให้ไปที่หน้าเว็บการตั้งค่า iGoogle ไอคอนหน้าต่างใหม่ เลื่อนลงไปที่ส่วน “การแก้ปัญหา” แล้วคลิกเมนูแบบเลื่อนลงเพื่อเลือกข้อมูลสำรองที่คุณต้องการให้คืนค่ากลับมา จากนั้นคลิก คืนค่าเดี๋ยวนี้
  5. นำแกดเจ็ตที่อาจสร้างปัญหาออก
    หากคุณกังวลว่ามีบางแกดเจ็ตทำให้หน้าเว็บของคุณทำงานผิดแปลกไป ให้ลบแกดเจ็ตนั้นออกแล้วรายงานแกดเจ็ต หากปัญหานี้ทำให้คุณไม่สามารถเข้าถึงหน้าเว็บ iGoogle ของคุณ และไม่สามารถลบแกดเจ็ตใดๆ ได้ ให้ลบแกดเจ็ตที่อาจเป็นปัญหาออกจากหน้าเว็บการตั้งค่า iGoogle ไอคอนหน้าต่างใหม่ ในส่วน “เนื้อหา” ของหน้าดังกล่าว ให้เลือกแท็บที่มีแกดเจ็ตนั้น และคลิก ลบ ที่อยู่ติดกับชื่อแกดเจ็ตหากไม่แน่ใจว่าแกดเจ็ตใดมีปัญหา ลองนำแกดเจ็ตออกทีละแกดเจ็ตก่อนรีเซ็ตหน้าเว็บของคุณ
  6. โพสต์ในฟอรัมความช่วยเหลือ
    ไปที่ฟอรัมความช่วยเหลือของค้นเว็บ ไอคอนหน้าต่างใหม่ เพื่อค้นหาการสนทนาเกี่ยวกับปัญหาที่คล้ายกัน คุณอาจพบว่าผู้ใช้คนอื่นก็มีปัญหาเช่นเดียวกับคุณ หากคุณต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาที่พบ คุณสามารถโพสต์คำถามเพื่อสอบถามสมาชิกในกลุ่มได้
  7. หากไม่มีวิธีใดใช้ได้ผล ให้รีเซ็ตหน้าเว็บ iGoogle ของคุณ
    หากคำแนะนำข้างต้นไม่ได้ผล คุณอาจต้องรีเซ็ตหน้าเว็บ iGoogle ของคุณ โปรดทราบว่าการรีเซ็ตหน้าเว็บ iGoogle ของคุณจะนำเนื้อหาทั้งหมดที่คุณได้เพิ่มไว้ออกไป หากต้องการรีเซ็ตหน้าเว็บ iGoogle ของคุณ โปรดไปที่หน้าเว็บรีเซ็ต iGoogle ไอคอนหน้าต่างใหม่ และคลิก

ที่มา:http://www.google.com/support/websearch/bin/answer.py?hl=th&answer=69569

โพสท์ใน Uncategorized | แสดงความคิดเห็น

เคล็ดลับการค้นหา Google ขั้นสูง

** เคล็ดลับการค้นหา Google ขั้นสูง**

 

 

คุณสามารถเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในการค้นหาของคุณบน Google Scholar ได้โดยเพิ่ม “ตัวดำเนินการ” ซึ่งปรับแต่งคำค้นหาของคุณให้เหมาะสม ในบางกรณี คุณสามารถเพิ่มตัวดำเนินการในช่องค้นหาของ Google Scholar ได้โดยตรง แต่ในกรณีอื่นๆ คุณจะต้องใช้ หน้าการค้นหาของ Scholar ขั้นสูง

ต่อไปนี้เป็นตัวดำเนินการของ Google Scholar ที่พบทั่วไป:

การค้นหาผู้เขียนการจำกัดสิ่งตีพิมพ์การจำกัดวันที่ตัวดำเนินการอื่นๆ

 

การค้นหาผู้เขียน

การค้นหาผู้เขียนเป็นวิธีการหนึ่งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการค้นหาบทความเฉพาะ หากคุณทราบว่าใครเป็นผู้เขียนบทความที่คุณต้องการ คุณเพียงเพิ่มนามสกุลของผู้เขียนในคำค้นหาของคุณ

ตัวอย่าง:
การค้นหา [การถดถอยของ friedman] ส่งกลับบทความเกี่ยวกับเรื่องการถดถอยที่เขียนโดยผู้ที่ชื่อ friedman หากคุณต้องการค้นหาโดยใช้ชื่อจริง หรือนามสกุลและอักษรตัวแรกของชื่อผู้เขียน โปรดป้อนชื่อในเครื่องหมายอัญประกาศ: [“jh friedman”]

เมื่อคำหนึ่งเป็นทั้งชื่อคนและสามัญนาม คุณอาจต้องใช้ตัวดำเนินการ “author:” ตัวดำเนินการนี้จะมีผลต่อคำค้นหาที่อยู่ติดกันเท่านั้น และจะต้องไม่มีการเว้นวรรคระหว่าง “author:” กับคำค้นหาของคุณ

ตัวอย่าง:
[author:flowers] ส่งกลับบทความที่เขียนโดยผู้ที่ชื่อ Flowers ขณะที่ [ดอกไม้ -author:flowers] จะส่งกลับบทความเกี่ยวกับดอกไม้ และละเว้นบทความที่เขียนโดยผู้ที่ชื่อ Flowers (เครื่องหมายลบหน้าคำค้นหาจะยกเว้นผลลัพธ์ที่มีคำค้นหานี้)

คุณอาจใช้ตัวดำเนินการที่มีชื่อจริงของผู้เขียนในเครื่องหมายอัญประกาศเพื่อปรับแต่งการค้นหาของคุณให้ดีขึ้น ลองใช้อักษรแรกของชื่อแทนชื่อจริง เนื่องจากแหล่งข้อมูลบางแห่งที่มีการจัดทำดัชนีใน Google Scholar จะมีเฉพาะอักษรแรกของชื่อเท่านั้น

ตัวอย่าง:
เมื่อต้องการค้นหาบทความโดย Donald E. Knuth คุณสามารถลองใช้ [author:”d knuth”], [author:”de knuth”] หรือ [author:”donald e knuth”]

การจำกัดสิ่งตีพิมพ์

(ตัวเลือกนี้มีให้เฉพาะบน หน้าการค้นหาของ Scholar ขั้นสูง เท่านั้น

การค้นหาที่จำกัดสิ่งตีพิมพ์จะส่งกลับเฉพาะผลลัพธ์ที่มีคำเฉพาะจากสิ่งตีพิมพ์เฉพาะเท่านั้น

ตัวอย่าง:
หากคุณต้องการค้นหาใน Journal of Finance สำหรับบทความเกี่ยวกับกองทุนรวม คุณอาจเริ่มต้นแบบนี้

    อย่างไรก็ตาม โปรดทราบว่าการค้นหาที่จำกัดสิ่งตีพิมพ์อาจไม่สมบูรณ์ Google Scholar รวบรวมข้อมูลบรรณานุกรมจากหลายแหล่งข้อมูล รวมทั้งดึงโดยอัตโนมัติมาจากข้อความและการอ้างอิงด้วย ข้อมูลนี้อาจไม่สมบูรณ์หรือแม้แต่ไม่ถูกต้อง ตัวอย่างเช่น ร่างบทความจำนวนมากไม่ได้บอกว่าบทความนี้มีการตีพิมพ์ครั้งสุดท้ายที่ใด (หรือแม้แต่มีการตีพิมพ์หรือไม่)

โดยทั่วไป การค้นหาที่จำกัดสิ่งตีพิมพ์จะมีประสิทธิภาพเมื่อคุณแน่ใจว่าต้องการอะไร แต่การค้นหานี้ ‘มักแคบกว่าที่คุณคาดไว้

ตัวอย่าง:
คุณอาจพบว่าการค้นหาในสิ่งตีพิมพ์ทั้งหมดสำหรับ [กองทุนรวม] ให้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์มากกว่าการค้นหาที่เจาะจงกว่าสำหรับ “กองทุน” เฉพาะใน Journal of Finance เท่านั้น

ท้ายที่สุด โปรดทราบว่าชื่อวารสารหนึ่งฉบับอาจสะกดได้หลายแบบ (เช่น Journal of Biological Chemistry มักย่อเป็น J Biol Chem) ดังนั้น คุณอาจต้องลองสะกดสิ่งตีพิมพ์นั้นหลายๆ แบบ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์

การจำกัดวันที่

(ตัวเลือกนี้มีให้เฉพาะบน หน้าการค้นหาของ Scholar ขั้นสูง เท่านั้น)

การค้นหาที่จำกัดวันที่อาจมีประสิทธิภาพเมื่อคุณมองหาการพัฒนาล่าสุดในสาขาหนึ่งๆ

ตัวอย่าง:
ต่อไปนี้เป็นวิธีการในการค้นหาบทความเกี่ยวกับฟิล์มที่มีคุณสมบัติตัวนำยิ่งยวดซึ่งตีพิมพ์ตั้งแต่ปี 2004:

   –   

อย่างไรก็ตาม โปรดทราบว่าแหล่งข้อมูลบนเว็บบางแห่งไม่มีวันที่ตีพิมพ์ และการค้นหาที่จำกัดวันที่จะไม่ส่งกลับบทความที่ Google Scholar ไม่สามารถระบุวันที่ตีพิมพ์ได้ ดังนั้น หากคุณแน่ใจว่าบทความเกี่ยวกับฟิล์มที่มีคุณสมบัติตัวนำยิ่งยวดมีออกมาในปีนี้ และการค้นหาที่จำกัดวันที่ไม่พบบทความนั้น โปรดลองค้นหาอีกครั้งโดยไม่จำกัดวันที่

 

ตัวดำเนินการอื่นๆ

Google Scholar ยังสนับสนุนตัวดำเนินการขั้นสูงส่วนใหญ่ในการค้นหาบนเว็บของ Google ด้วยเช่นกัน:

  • ตัวดำเนินการ “+” ทำให้มั่นใจได้ว่าผลลัพธ์ของคุณมีคำ ตัวอักษร หรือตัวเลขทั่วไป ซึ่งโดยปกติแล้วเทคโนโลยีการค้นหาของ Google จะละเว้น ดังเช่นใน [+de knuth]
  • ตัวดำเนินการ “-“ จะยกเว้นผลลัพธ์ทั้งหมดที่มีคำค้นหานี้ ดังเช่นใน [ดอกไม้ -author:flowers]
  • การค้นหาข้อความ จะส่งกลับผลลัพธ์ที่มีข้อความนี้แบบตรงตัวเท่านั้น ดังเช่นใน [“ตามที่คุณต้องการ”]
  • ตัวดำเนินการ “OR” จะส่งกลับผลลัพธ์ที่รวมคำค้นหาของคุณคำใดคำหนึ่ง ดังเช่นใน [สต็อค คอล OR พุท]
  • ตัวดำเนินการ “intitle:” ดังเช่นใน [intitle:ดาวอังคาร] จะส่งกลับเฉพาะผลลัพธ์ที่มีคำค้นหาของคุณในชื่อเรื่องของเอกสารเท่านั้น

ที่มา:http://scholar.google.co.th/intl/th/scholar/refinesearch.html

โพสท์ใน Uncategorized | แสดงความคิดเห็น

Google ทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

Google ทำอะไรได้มากกว่าที่คุณคิด

**คิดเลขผ่าน Google
 
จะมีใครรู้บ้างว่า google สามารถใช้เป็นเครื่องคิดเลขได้ หากคุณกำลังต้องการใช้เครื่องคิดเลขอย่างเร่งด่วน และอยู่บนหน้าเว็บ www.google.com พอดี ใช้วิธีนี้สิค่ะ เพราะนอกจากการ บวก ลบ คูณ หาร แล้ว ยังสามารถคิดคำนวนแบบเลขยกกำลัง โดยใช้สัญลักษณ์ ^ หรือถอดสแควรูทด้วยคำว่า sqrt หรือจะพิมพ์เป็นตัวอักษรก็ยังได้  เช่น ต้องการทราบ 2 ยกกำลัง 42 ได้คำตอบเท่าไหร่ ให้พิมพ์ 2^42 คลิก Enter Google จะช่วยคำนวนให้
 
 
คำนวนอัตราแลกเปลี่ยนเงิน จาก Google
 
นอกจากจะใช้เป็นเครื่องคิดเลขแล้ว Google ยังสามารถคำนวนอัตราการแลกเปลี่ยนเงินสกุลต่าง ๆ ได้อีกด้วย ไม่ต้องเข้าเว็บของธนาคารเพื่อดูอัตราแลกเปลี่ยนและมานั่งคิดคำนวนอีกต่อไป เพียงแค่เข้า Google วิธีการก็ง่าย เช่น ต้องการทราบอัตราแลกเปลี่ยน 4,500 บาท แลกได้กี่ US Dollar ให้พิมพ์ 4500 baht in usd กด Enter
 

 

คุณรู้หรือไม่ … เคล็ดไม่ลับบน Google 2article

เว็บ Search Engine ชื่อดังของโลก อย่าง Google มีอะไรดี ๆ มากกว่าแค่ค้นหาเว็บ ตอนที่แล้วได้เสนอวิธีการเปลี่ยน Google ให้เป็นเครื่องคิดเลข และ คำนวนอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน ไปแล้ว คราวนี้จะมาแนะนำเทคนิคดี ๆ ที่เราสามารถทำได้บนเว็บไซต์ Google มีอะไรดี ๆ บ้าง มาดูกันค่ะ
คำถามนี้เจ้าของเว็บหรือเว็บมาสเตอร์ทุกคนคงอยากทราบว่ามีเว็บใดบ้างที่มีการทำลิงค์ เชื่อมโยงมายังเว็บเราบ้าง วิธีการก็ง่ายมากค่ะ เพียงแค่พิมพ์  link: ตามด้วยชื่อของเว็บไซต์ คลิก Enter เท่านี้ Google จะแสดงผลมาให้เราเห็นเว็บที่ทำลิงค์เชื่อมมาหาเราทั้งหมดเลยค่ะ
 
 
 
  
Google ใจดีช่วยแปล
 
หลาย ๆ ท่านคงจะเคยเสริชหาข้อมูลใน Google แต่ผลลัพท์ที่ได้กลายเป็นภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาอิตาเลี่ยน ภาษาจีน หรือภาษาอื่น ๆ หากไม่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญทางด้านภาษา หรือเป็นนักภาษาศาสตร์ คงจะแย่แน่ แต่ไม่เป็นไร Google เค้ามีบริการ Translate this page ช่วยแปลหน้าเว็บให้เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น
 
 
 
  
อยากอ่านบทวิจารณ์หนังเรื่องไหน Google ช่วยได้
 
ก่อนจะตัดสินใจดูภาพยนตร์สักเรื่อง เชื่อว่าคงมีหลายท่านที่ต้องขอดูตัวอย่างภาพยนตร์ ขออ่าน พรีวิว (Preview) หรืออ่านบทวิจารณ์ การแสดงความคิดเห็นของคนที่ไปดูมาแล้วเพื่อประกอบการตัดสินใจ ทาง Google จึงมีบริการรวมบทวิจารณ์ของภาพยนตร์เรื่องต่าง ๆ พร้อมจัดค่าเรตติ้ง และยังแยกบทวิจารณ์ออกเป็นแต่ละประเภท ดังนี้ บทวิจารณ์ที่ชม บทวิจารณ์ที่เป็นกลาง และบทวิจารณ์ที่ติ เพื่อเป็นข้อมูลให้เราตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้น วิธีใช้เพียงแค่พิมพ์ movie: ชื่อภาพยนตร์ บนหน้าเว็บ Google
 
 
 
 
Google ขึ้นชื่อว่าเป็น Search Engine อันดับ 1 ของโลก มีหรือที่จะทำอะไรแบบธรรมดา ๆ ถ้าผู้อ่านท่านใด แวะเวียนไปเว็บไซต์ Google อย่าลืมลองทริกและเทคนิกที่นำเสนอไปลองใช้งานดูนะคะ
 
ที่มา:www.ReadyPlanet.com
 
โพสท์ใน Uncategorized | แสดงความคิดเห็น

ฝนดาวตกกลุ่มดาวคนคู่

ฝนดาวตกในปี 2553

          นักดาราศาสตร์แนะวิธีชม “ฝนดาวตกเจมินิดส์” ในคืนวันที่13 – 14 ธันวาคมนี้ อย่างถูกต้อง สนุก ครบสาระ พร้อมทั้งเชิญชวนโรงเรียน ประชาชน จัดกิจกรรมร่วมกันนับฝนดาวตกเจมินิดส์ เรียนรู้ปรากฏการณ์และกลุ่มดาวบนท้องฟ้า โดยสามารถดาวน์โหลดแผนที่ดาวไปทำเองง่ายๆ ได้ฟรีที่ www.lesacenter.com

            นาวาอากาศเอกฐากูร เกิดแก้ว หัวหน้าโครงการศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์ (LESA) กล่าวว่า ฝนดาวตกเจมินิดส์นับเป็นฝนดาวตกที่น่าจับตาที่สุดสำหรับประเทศไทย เพราะเป็นฝนดาวตกที่มีดาวตกจำนวนมาก และเกิดขึ้นในฤดูหนาว ซึ่งอากาศดีและท้องฟ้าใส โดยเริ่มสังเกตเห็นได้มากตั้งแต่เวลาหลังเที่ยงคืนของคืนวันที่ 13 จนถึงเช้ามืดของวันที่ 14 ธันวาคม 2553 ตามเวลาประเทศไทย เนื่องจากปีนี้พระจันทร์ตกเวลาประมาณ 24.00 น. จึงทำให้มีแสงจันทร์บดบังในช่วงหัวค่ำ ส่วนจำนวนอัตราฝนดาวตกสูงสุดนั้นเฉลี่ย 80 – 120 ดวงต่อชั่วโมง

        “ฝนดาวตก” คือดาวตกหลายดวงที่ตกมาจากบริเวณเดียวกันในท้องฟ้า ในช่วงเวลาเดียวกันของปี โดยเกิดจากการที่ดาวหางโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ และทิ้งเศษฝุ่นและวัตถุขนาดเล็กจำนวนมากไว้ตามแนวเส้นทางโคจร ซึ่งในแต่ละปี โลกจะโคจรผ่านธารอุกกาบาตดังกล่าวในช่วงเวลาหนึ่ง (เป็นช่วงวันเดียวกันในแต่ละปี) เมื่อเศษฝุ่นเหล่านี้ผ่านเข้ามาสู่ชั้นบรรยากาศชั้นบนของโลก ก็จะเสียดสีกับชั้นบรรยากาศทำให้เกิดความร้อน และเผาไหม้เศษวัตถุนั้นภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ปรากฏให้เห็นเป็นเส้นสว่างสวยงามเป็นจำนวนมาก เราจึงเรียกว่า ฝนดาวตก 

              ทั้งนี้ธารอุกกาบาตอันเป็นต้นกำเนิดของฝนดาวตกทั่วไป มักจะมาจากธารอุกกาบาตของดาวหาง เช่น ฝนดาวตกลีโอนิดส์  ฝนดาวตกเพอร์ซีดส์ เป็นต้น แต่ฝนดาวตกเจมินิดส์จะต่างออกไป คือเกิดจากธารอุกกาบาตของดาวเคราะห์น้อย “3200 ฟีธอน” (3200 Phaethon)  ซึ่งธารอุกกาบาตของดาวเคราะห์น้อยมักจะมีขนาดใหญ่กว่าธารอุกกาบาตของดาวหาง โลกต้องใช้เวลานานในการเคลื่อนที่ผ่านธารอุกกาบาต  จึงทำให้คาบเวลาการเกิดฝนดาวตกยาวนานกว่า เราจึงสามารถมองเห็นฝนดาวตกได้สองถึงสามวันก่อนและหลังวันที่มีจำนวนดาวตก สูงสุด หรือก็คือตั้งแต่วันที่ 7 – 17 ธันวาคม แต่จะมีมากสุดในคืนวันที่ 13 – 14 ธันวาคม โดยศูนย์กลางการกระจายหรือทิศทางอันเป็นจุดกำเนิดของฝนดาวตก (Radiant) จะอยู่ระหว่างดาวคาสเตอร์ (Castor) และพอลลักซ์ (Pollux) ซึ่งอยู่ในกลุ่มดาวคนคู่ หรือกลุ่มดาวเจมิไน และนี่ก็คือที่มาของชื่อฝนดาวตกเจมินิดส์นั่นเอง” 

             สำหรับขั้นตอนการดูฝนดาวตกเบื้องต้น น.อ.ฐากูร กล่าวว่า เนื่องจากฝนดาวตกเจมินิดส์ไม่สว่างเหมือนกับฝนดาวตกลีโอนิดส์ การสังเกตการณ์จึงจำเป็นต้องเลือกสถานที่ไร้แสงไฟรบกวน และห่างไกลจากเมืองใหญ่ โดยเริ่มต้นการดูดาวตกจะต้องงดการใช้ไฟฉาย เพื่อให้ดวงตามีการปรับสภาพ สร้างเซลล์ไวแสงสำหรับการมองภาพกลางคืน แต่หากจำเป็นต้องใช้ไฟฉาย แนะนำให้ไฟฉายขนาดเล็กหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีแดงแทน จากนั้นให้เริ่มทำการหาทิศทั้งสี่ เมื่อหันหน้าไปทางทิศเหนือ ซ้ายมือจะเป็นทิศตะวันตก และขวามือเป็นทิศตะวันออก ต่อมาก็คอยติดตามการเคลื่อนที่ของกลุ่มดาวคนคู่

         “กลุ่มดาวคนคู่ จะมีดาวสว่าง 2 ดวงอยู่ใกล้กันคือ คาสเตอร์ และพอลลักซ์ ในช่วงกลางเดือนธันวาคม กลุ่มดาวคนคู่จะขึ้นเวลาประมาณสองทุ่ม แต่เราจะยังไม่สามารถมองเห็นดาวตกได้ชัดเจน จนกว่าดวงจันทร์จะตกในเวลาประมาณเที่ยงคืน ดังนั้นในช่วงเวลาหัวค่ำจึงควรนอนเก็บแรงไว้ก่อน แล้วตื่นขึ้นมาดูฝนดาวตกตอนหลังเที่ยงคืนไปจนถึงรุ่งเช้า   เวลาตีสองกลุ่มดาวคนคู่จะอยู่ใกล้จุดเหนือศีรษะ ช่วงเวลานี้คาดว่าจะมองเห็นดาวตกได้มากกว่า 100 ดวงต่อชั่วโมง โดยตกกระจายไปยังขอบฟ้าทุกทิศทาง  

            การเฝ้าดู แนะนำให้จับกลุ่มกันและนอนเอาหัวชนกันกลุ่มละ 4 คน หันเท้าไปทางทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก เพื่อให้มองเห็นครอบคลุมทั่วบริเวณท้องฟ้า หากสังเกตจะพบว่า ดาวตกแต่ละดวง ตกลงมาจากทิศทางเดียวกัน  ทั้งนี้หากลองลากเส้นย้อนกลับทิศทางที่ดาวตกหล่นลงมา จะพบว่า ทุกเส้นจะตัดกันที่กลุ่มดาวคนคู่ เราเรียกจุดที่ดาวตกจากลงมาว่า “เรเดียนท์” อย่างไรก็ตาม เราจะไม่เห็นดาวตกในบริเวณกลุ่มดาวคนคู่มากนัก เพราะการมองเห็นเป็นดาวตกก็ต่อเมื่อ เศษวัตถุมีการเสียดสีกับบรรยากาศโลกจนลุกไหม้ เกิดแสงสว่าง ดังนั้นทางที่ดีจึงควรมองไปทั่วๆ ท้องฟ้า   เพราะเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่า ฝนดาวตกจะปรากฏให้เห็นนาทีที่เท่าไหร่ บริเวณใด “

           น.อ.ฐากูร กล่าวว่า ฝนดาวตกเจมินิดส์ เป็นฝนดาวตกที่น่าสนใจ และเป็นกลุ่มฝนดาวตกที่มีโอกาสเห็นได้ค่อนข้างมาก เพราะตลอดระยะเวลาการเก็บข้อมูลทำวิจัยฝนดาวตกเจมินิดส์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2539 จนถึงปัจจุบัน พบว่า สามารถนับฝนดาวตกเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 100 ดวงต่อชั่วโมง และยังพบไฟร์บอลมากกว่า 10 ดวงต่อคืน  

          อย่างไรก็ดีฝนดาวตกเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สวยงามและหาดูได้ยาก หากโรงเรียนหรือผู้ปกครองสามารถจัดกิจกรรมให้เด็กๆ ร่วมกันนับฝนดาวตกเพื่อบันทึกไว้เป็นสถิติของแต่ละปี ก็จะทำให้การชมฝนดาวตกเจมินิดส์สนุกและมีความหมายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งในโอกาสเช่นนี้ยังสอนให้เด็กๆ รู้จักใช้แผนที่ดาว และทำความรู้จักกับกลุ่มดาวสว่างอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น กลุ่มดาวนายพราน กลุ่มดาววัว กลุ่มดาวหมีใหญ่ เป็นต้น ประกอบกับหากมีเรื่องเล่าและการใช้ประโยชน์ของกลุ่มดาวต่างๆ  ร่วมด้วยแล้ว ก็จะช่วยให้เด็กมีจินตนาการ เกิดความประทับใจ ทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาออกไปค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม และสนใจดาราศาสตร์และวิทยาศาสตร์มากยิ่งขึ้น 

 ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด แผนที่ดาว ไปทำเองง่ายๆ ได้ฟรีที่ www.lesacenter.com ซึ่งจะอยู่ในหัวข้อสื่อการเรียนรู้

 ที่มา.. วิชาการ.คอม

โพสท์ใน Uncategorized | 1 ความเห็น